เปรียบเทียบ ทำไมไทยถึงจอง “วัคซีนโควิด-19” จาก “แอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ด”

หลังจากผลทดสอบวัคซีนโควิด-19 “AZD1222” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) และ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดของอังกฤษ พร้อมคุณสมบัติที่มีความสามารถในการป้องกันโควิด-19 สูง ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า วัคซีนโควิด-19 จาก แอสตราเซเนกา นี้ มีข้อได้เปรียบบางอย่างที่วัคซีนโควิด-19 ในตัวอื่นๆ ไม่มี โดยเฉพาะในเรื่องของราคา และ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์

โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงนามสัญญาจัดหาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ล่วงหน้า กับ บริษัทแอสตร้าเซเนก้า บริษัทผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ในวงเงิน 6,049,723,117 บาท จำนวน 26 ล้านโดส ซึ่งสามารถครอบคลุมการรักษาคนไทยร้อยละ 20 ของประชากร หรือ 13 ล้านคน โดยคาดว่าจะได้รับวัคซีนกลางปี 2564

ซึ่งจากผลการทองลองของทางคลินิกเฟส 3 พบว่า วัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ด มีประสิทธิภาพเฉลี่ย 70% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 นักวิจัยกล่าวว่า ตัวเลขนี้อาจสูงถึง 90% หากปรับขนาดยา แต่ผลโดยรวมแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ชนิดนี้ต่ำกว่าวัคซีนอื่น ๆ เล็กน้อย เช่นวัคซีนของไฟเซอร์มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ส่วนของโมเดอร์นามีประสิทธิภาพ 94%

ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวถึง ด้านการจัดเก็บ ขนส่ง และ กระจายวัคซีนโควิด-19 นั้น ของแอสตราเซเนกา-ออกซ์ฟอร์ ดูเหมือนจะมีข้อได้เปรียบมากกว่า ด้านเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ ของอังกฤษกล่าวว่า วัคซีน AZD1222 สามารถจัดเก็บ ขนส่ง และจัดการได้ในสภาพแช่เย็นปกติที่ 2-8 องศาเซลเซียส เก็บได้นานอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ต้องจัดเก็บที่อุณหภูมิ -80 องศาเซเลซียส ส่วนวัคซีนของโมเดอร์นาอยู่ในนาน 6 เดือนที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเก็บที่อุณหภูมิปกติ 2-8 องศาเซลเซียส จะอยู่ได้นาน 30 วัน ทำให้เมื่อเทียบกันแล้ว การจัดเก็บวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ดจึงง่ายกว่ามาก

แอสตราเซเนกายังให้คำมั่นที่จะแจกจ่ายวัคซีนโดยไม่หวังผลกำไร “ตลอดระยะเวลาที่ยังมีการระบาดของโควิด-19” โดยก่อนหน้านี้ Financial Times รายงานว่า วัคซีน AZD1222 ซึ่งต้องใช้ 2 โดสมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3-4 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 90-120 บาท) ต่อโดสเท่านั้น ขณะที่ไทย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขบอกว่า จะจัดซื้อได้ในราคา 151 บาทต่อโดส ซึ่งเมื่อเทียบกับวัคซีนอีกสองตัว พบว่าราคาต่ำกว่าวัคซีนของไฟเซอร์ (600 บาทต่อโดส) และโมเดอร์นา (970-1,120 บาทต่อโดส) อย่างมาก

นักยุทธศาสตร์ของ Deutsche Bank อธิบายว่า บางประเทศ เช่น บราซิล เม็กซิโก อินเดีย และอินโดนีเซีย มีแนวโน้มที่จะเป็น “ผู้ได้ผลประโยชน์รายใหญ่” จากวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ด เพราะ “ต้นทุนการผลิตและการจัดจำหน่ายของแอสตราเซเนกาที่ถูกกว่า ทำให้ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางให้ความสนใจ”

แอสตราเซเนกากล่าวว่า บริษัทสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ได้มากถึง 3 พันล้านโดสในปีหน้า

ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาและอินเดีย ได้ตกลงที่จะสั่งจองวัคซีนของแอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ดไว้จำนวน 500 ล้านโดส สหภาพยุโรปสั่งจองไว้ 400 ล้านโดส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย บราซิล และประเทศอื่น ๆ แถบละตินอเมริกาจองไว้แล้วอย่างน้อย 100 ล้านโดส

เรียบร้องจาก : CNBC , pptvhd36


อัปเดตข่าวสาร จาก Onlynx Tech ทุกวันได้ที่ Website: www.onlynx.tech
Facebook: www.facebook.com/OnlynxTech
ติดตาม Onlynx Tech ทาง Line Official.

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ M.png

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *